ความรู้รอบ เพชร เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ เพชร

เมื่อได้ยินว่าเป็นเพชรรับรองได้ว่าต้องนึกถึงสิ่งมีค่าอันมหาศาลที่มีความสวยงามเป็นส่วนประกอบหลัก ที่ส่งผลเป็นอย่างยิ่งต่อมูลค่าของเพชร เป็นความงามที่ผ่านการเจียระไนมาเป็นอย่างดี มีการตัดเหลี่ยม มีการทำให้เกิดความแวววาว ที่สวยเตะตาเมื่อยามมอง เมื่อผ่านการเจียระไนและความงามในเนื้อเพชรที่ทำให้เพชรเลอค่าเหนือสิ่งอื่นหรืออัญมณีชนิดใดๆ แต่จริงๆ เพชรเกิดจากคาร์บอนบริสุทธิ์ที่ค่อยข้างจะหยาบกร้านผ่านกระบวนกาดเกิดในธรรมชาติ (ถ้าหมายถึงเพชรแท้บริสุทธิ์ แต่สำหรับเพชรสังเคราะห์นั้นจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ก็เป็นความจริงที่ว่าเพชรนั้นมาจากธาตุคาร์บอนเป็นหลัก) ภายใต้เปลือกโลกหลายล้านปีได้เกิดปฏิกิริยาจนเกิดเป็นเพชรผ่านความร้อนใต้ผิวโลก ที่เกิดความดันจนหลอมละลายหิน แกรไฟต์ เกิดเป็นธาตุคาร์บอนที่มาในรูปของอัญมณี เพราะโมเลกุลที่ถูกบีบอัดเข้าด้วยกันเป็นผลึกใสที่มีความแข็งที่สุดในโลก อย่างที่กล่าวกันว่าไม่มีสิ่งใดตัดเพชรได้นอกจากเพชรด้วยกันเอง

เพชรเป็นแร่ธาตุที่แข็งที่สุดในโลกไม่ได้เป็นคำกล่าวที่เกินจริงเลย เพราะเพชรมีความแข็งและทนทานต่อการเจียระไน ทนต่อการขีดข่วน จึงไม่มีพลอยหรืออัญมณีใดๆ สามารถทำให้เพชรเกิดรอยได้นอกเสียจากตัวมันเอง สังเกตเวลาเพชรอยู่ร่วมในที่เก็บเดียวกันมักจะเกิดเป็นรอยตำหนิหรือรอยขีดข่วนได้ เพราะมันเกิดการเสียดสีจากเพชรด้วยกันนั่นเอง สำหรับเพชรนั้นไม่ได้มีเพียงแค่สีเดียวเท่านั้นแต่ส่วนมากจะเห็นว่าเพชรมักเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ซึ่งถ้าเพชรไม่บริสุทธิ์ใสราคาของเพชรก็จะแตกต่างกันไปด้วย เพชรสีเองก็มีราคาแพงไม่ต่างกันหรืออาจจะแพงกว่าด้วยซ้ำเพราะเป็นของหายาก สีของเพชรที่หายาก ได้แก่ ดำ แดง ส้ม เขียว ฟ้า ชมพู เป็นต้น ในวงการจะหมายถึงเพชรแฟนซีที่มีหลากสี

รับซื้อเพชรให้ราคาสูง

ซึ่งเราสามารถประเมินคุณภาพสีของเพชรได้จากหลายวิธี สามารถเปรียบเทียบสีได้จากเพชรต้นแบบแล้วนำมาเทียบกัน โดยวางเพชรต้นแบบคว้าลงและวางเพชรที่จะเทียบไว้ที่ด้านซ้ายมือแล้วจึงย้ายมาไว้ขวามืออีกที แต่ต้องเทียบสีเพชรภายใต้แสงอาทิตย์ หรือในที่ที่มีแสงสีขาว อีกขั้นตอนดูคุณภาพสีของเพชรโดยที่ไม่ต้องใช้เพชรต้นแบบที่มีความบริสุทธิ์สูงก็ได้ก็คือ ให้ดูที่หน้าเพชรสำหรับเพชรที่มีสีขาวบริสุทธิ์ไม่ใช่เพชรสีแฟนซีนั้นถ้ามองจากก้นเพชรที่มุม 45 องศา ซึ่งจะสามารถดูแล้วคิดออกมาเป็นค่าสีของเพชรได้เลย แต่อย่างไรก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น สีของเพชรสำหรับคนธรรมดาแล้วอาจจะดูไม่ค่อยต่างกันสักเท่าไหร่ จึงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านการดูเพชรด้วยตาเปล่าเพื่อพิสูจน์สีและความสวยงามของเพชร

แร่ผลึกเพชรความจริงแล้วมีคุณสมบัติไม่แตกต่างจากธาตุคาร์บอนชนิดอื่นในเชิงเคมีเท่าใดนัก เช่น ถ่าน ถ่านหินทั้งในอุตสาหกรรมและที่ใช้กันทั่วไป นั่นเป็นเพราะมาจากคาร์บอนเหมือนกัน แต่สำหรับผลึกเพชรธาตุคาร์บอนจะผ่านความร้อนและแรงอัดจนเกิดเป็นผลึกสวยที่สามารถนำมาเจียระไนเป็นอะไรก็ได้ ช่วงแรกผลึกเพชรสามารถพบได้ในบริเวณทะเลทราย ภูเขา แม่น้ำ เรียกว่าสามารถพบเจอเพชรได้ในทุกที่ตามแหล่งเพชรธรรมชาติทั่วๆ ไป พบได้มากในประเทศแอฟริกาใต้และบราซิลที่เป็นแหล่งเหมืองเพชรขนาดใหญ่ แต่อินเดียเป็นชาติแรกที่รู้จักการเจียระไนเพชรแต่สู้เรื่องความงามได้ไม่เท่ากับประเทศดังกล่าวข้างต้น

การเจียระไนเพชรอินเดียนั้นเน้นที่เนื้อเพชรมากๆ มากกว่าจะคำนึงถึงน้ำงามๆ ของเพชรเป็นหลัก เมื่อชาวฮอลันดาเริ่มมีการเจียระไนเพชรให้มีรูปทรงที่แน่นอนในศตวรรษที่ 17 จึงได้มีพระคาร์ดินาลในฝรั่งเศสออกแบบการเจียระไนรูปแบบเพชรครั้งแรกขึ้นมา ในชื่อ Rose Cut ต่อมาชาวเวนิสได้ออกแบบรูปแบบการเจียระไนที่มรชื่อว่า Brilliant Cut ขึ้นมา ซึ่งมีความงดงามของประกายที่แวววาวของเพชรขึ้นเป็นครั้งแรก จากก่อนหน้าที่ยังไม่ได้เน้นการเจียระไนที่มีความแวววาวสูง แต่ก็ถือว่ารูปทรงยังไม่ค่อยได้รูปเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับเพชรในปัจจุบัน

แหล่งที่สำคัญในการเจียระไนเพชรยุคต้นๆ คือ เบลเยี่ยม ฮอลันดา นิวยอร์ค ลอนดอน อิสราเอล อินเดีย ฯลฯ สามารถแบ่งคุณภาพของเพชรที่ผ่านการเจียระไนออกเป็นได้หลายขั้นด้วยกั้น รวมกันแล้วขั้นคุณภาพของเพชรแบ่งเป็น 2,500 ขั้น ที่จะแตกต่างกันในเรื่องราคาของเพชรด้วย หลังจากนั้นการเจียระไนเพชรได้พัฒนาเป็นอย่างมากทำให้การเจียระไนเพชรมีคุณภาพมากขึ้นราคาก็เพิ่มคุณภาพขึ้นเช่นกัน จึงไม่แปลกว่าทำไมเพชรถึงมีราคาสูง จากเมื่อก่อนที่เหลี่ยมเพชรมีเพียงสิบกว่าเหลี่ยม ในขั้นตอนของการเจียระไน ต่อมาวิวัฒนาการก้าวกระโดดไปจนถึง 144 เหลี่ยม ซึ่งต่อมาได้นับว่าเหลี่ยมของเพชรถือเป็นค่าของการสะท้อนแสงของเพชรได้ด้วย เพชรที่มีเหลี่ยมเยอะจะมีความแวววาวและสวยงามมากขึ้นเป็นพิเศษ แต่ปัจจุบันนิยมการเจียระไนเหลี่ยมเพชรที่ 58 หรือเหลี่ยมเรียกอีกอย่างว่าเพชรเหลี่ยมเกสร

Powered by keepvid themefull earn money