ปัจจัยที่มีผลต่อความงามของเพชร

รับซื้อเพชรให้ราคาสูง

เพชรมีหลักสากลที่รู้จักกันดีคือ 4C’s (ระดับคุณภาพของเพชร) แต่นอกจากเพชรจะมีสิ่งวัดความงามตามหลักการอย่างน้ำหนักกะรัต การเจียระไน สีและความใสสะอาดแล้ว ที่จริงเพชรน้ำหนึ่งร้อยที่เป็นเพชรไร้สี (Colorless) และไร้ตำหนิ (Flawless) นั้นคือเพชรที่งดงามที่สุด นั่นคือเพชรที่ไม่มีทั้งตำหนิและสีอันใดเจือปน นั่นถึงจะเรียกว่าเป็นเพชรที่สวยงามน้ำหนึ่งร้อยอย่างแท้จริง แต่…อะไรคือตำหนิที่ทำให้เพชรไร้ราคาหรือสูญค่าลงกัน ตำหนิของเพชรนั้นก็คือเนื้อเพชรที่มีสิ่งเจือปนซึ่งเป็นธรรมชาติของเพชรที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนกับคนที่ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ตำหนิอาจมาจากเส้นแร่หินของเม็ดเพชร อนูเล็กๆ หรือรอยเล็กๆ ในเพชรแต่ละเม็ด

ตำหนิของเพชรเปรียบไปก็คล้ายๆ กับอัญมณีหรือสิ่งอื่นใดๆ ที่ก็ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นกันได้ทั้งสิ้นไม่เว้นแม้แต่เพชรกะรัตงามๆ แต่ข้อดีคือตำหนิของเพชรไม่สามารถมองเห็นได้ถ้าไม่ส่องดูดีๆ หรือได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณี และบางที “ตำหนิ” ก็ทำให้เพชรเป็นเอกลักษณ์ได้ นั่นดูราวกับเพชรเม็ดนั้นเป็นเพชรที่มีเม็ดเดียวในโลกไม่อาจหาเพชรเม็ดใดเทียบเคียงให้เหมือนได้เช่นบุคคลที่เป็นฝาแฝดอะไรประมาณนี้ ถ้าลองนึกย้อนดูเพชรทุกเม็ดนั้นก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะน้อยนักที่เพชรมูลค่าสูงๆ น้ำงามๆ จะมีเพชรอีกเม็ดที่มีความเหมือนกันชนิดทุกประการได้

รับซื้อเพชรให้ราคาสูง

เรื่องที่มีความสำคัญต่อมูลค่าของเพชรนอกจากรอยตำหนิก็คือน้ำหนัก “กะรัต” กะรัตนั้นมาจากเมล็ดชนิดหนึ่งที่มีน้ำหนักเท่ากันทุกเม็ด ทำให้กลายมาเป็นหน่วยวัดน้ำหนักของอัญมณีหลายชนิด ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นใช้เรียกแทนหน่วยน้ำหนัก เพราะปัจจุบันมีเครื่องมือที่ใช้วัดค่าเพชรได้จริงๆ แล้ว แต่ก็ยังนับกันเป็นหน่วยกะรัตอยู่ดี โดย 1 กะรัต เท่ากับ 0.20 กรัม 5 กะรัต เท่ากับ 1 กรัม และ 142 กะรัต เท่ากับ 1 ออนซ์ ซึ่งกะรัตนั้นมาจากเมล็ดเคราโตเนีย (Ceratonia) หรือ Carat เพราะว่าเมล็ดเคราโตเนียแม้แห้งแล้วแต่ก็ยังมีน้ำหนักเท่ากันทุกประการ อยู่ในระดับที่คงที่ตั้งแต่ตอนที่มันงอกออกมาโดยไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น เฉลี่ยแล้วจะมีน้ำหนักเม็ดละ 0.205 กรัม หรือ 0.197 กรัม ซึ่งถือว่าใช้กันมานาน และการนับเพชร 1 กะรัต เท่ากับ 0.20 กรัมนั้นก็ใช้กันเป็นมาตรฐานมากว่า 190 ปีผ่าน

ส่วนเรื่องของราคาเพชรสามารถที่จะตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ Rapaport โดยอ้างอิงต่อหน่วยบาทต่อกะรัต เรื่องราคาของเพชรจะขึ้นกับปัจจัยโดยรวมภายนอกได้หลากหลาย ทั้งเรื่องคุณภาพมาตรฐาน 4C’s การเจียระไนและการสะท้อนแสง รวมถึงอัตราการแลกเปลี่ยนเพชร สภาวะของการแข่งขันในระหว่างนั้นด้วย หรือวัดจากความมีชื่อเสียงของผู้ออกใบเซอร์เพชรหรือสถาบันอัญมณีสากลอันได้แก่ ได้แก่ GIA, HRD, IGI, AGS, EGL สถาบันอัญมณีของไทยอย่าง AIGS, GIT ฯลฯ และสามารถวัดกันตามคุณภาพของความสวยงามของเพชรได้โดยดูจากปัจจัยแวดล้อมหลายๆ อย่าง เช่น เพชรที่ผ่านการเจียระไนในเกรด Triple Excellent มีราคาและคุณภาพดีกว่าเพชรเจียระไนเกรด 3 Very Good อย่างแน่นอน รวมทั้งสัดส่วนของเพชรที่อยู่ในลำดับที่สวยงามที่สุดตามาตรฐาน Class 1 (Ideal Cut) จะมีราคาสูงสุดยิ่งกว่าเพชรที่มีสัดส่วนในเกรด Class 2 ส่วนการกระจายแสงของเพชรเราจะดูที่แสงฟลูออเรสเซน (Fluorescence) และแสงภายใต้แสงสีม่วง (Ultra-Violet) สำหรับเพชรที่ส่องแสงมากมีฟลูออเรสเซนในระดับ Medium-Strong ราคาก็จะแพงกว่าเพชรที่ไม่มีการส่องแสงฟลูออเรสเซนเลยหรือมีเพียงแสงส่องอ่อนๆ Faint เป็นต้น

รับซื้อเพชรให้ราคาสูง

ปัจจัยอื่นๆ ซึ่งบ่งความงามของเม็ดเพชรนอกเสียจากการดู 4C’s (ความบริสุทธิ์ Clarity สี Color กะรัต Carat Cut สัดส่วนและรูปทรงของเพชร) นั้นก็มีอยู่หลายข้อด้วยกัน ตัวอย่างเช่น

  • แสงส่องสะท้อนของเพชร ฟลูออเรสเซนที่อยู่ในเนื้อเพชรจะยิ่งทำให้เพชรดูไร้สี ทำให้รู้สึกว่าเพชรมีความขาวมากกว่าเนื้อแท้ของเพชรแต่จะออกสีฟ้าขุ่นๆ เล็กน้อย ซึ่งก็สวยไปอีกแบบและยังช่วยเพิ่มมูลค่าของเพชรได้ด้วย
  •  ความสมมาตรและผิวสัมผัสหน้าเพชร ขึ้นอยู่กับการความสมบูรณ์ของการเจียระไนเพชรล้วนๆ สามารถแบ่งได้เป็น Excellent, Very Good, Good, Fair, Poor
  • เพชรที่ผ่านกระบวนการเจียระไนด้วยการเผา Emhanced Diamond จะถือว่าเป็นเพชรแท้ 100% ซึ่งจะหมายถึงการว่าต้องผ่านกระบวนการอื่นๆ ด้วย เช่น การเปลี่ยนเพชรให้เป็นสีขาวก็เพื่อลบรอยตำหนิของเพชรให้ออกไปได้บางส่วน ทำให้เพชรเหล่านี้ที่ผ่านการเผานั้นดูออกได้ยากว่าเป็นเพชรที่มีรอยตำหนิหรือเปล่า

Powered by keepvid themefull earn money